ทิศทางน่าสนใจของค่าเงินบาทในปี 2018

 
ค่าเงินบาทในปี 2018

ค่าเงินบาท เป็นค่าเงินของประเทศไทยที่นำไปใช้แลกเปลี่ยนกับการเงินต่างประเทศ และมีผลเกี่ยวกับพันกับทางด้านการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศทุกด้านไม่ว่าจะเป็นธุรกิจการค้า การเงิน การลงทุน ซึ่งโดยส่วนมากแล้วหากค่าเงินบาทมีอัตราที่แข็งตัวขึ้นก็จะหมายถึงสภาพธุรกิจการส่งออกของประเทศในช่วงนั้นทำกำไรได้มาก จนทำให้ค่าเงินบาทสูงขึ้นไปตามกลไก ส่วนค่าเงินบาทที่อ่อนตัวนั้น จะมีผลมาจากปัจจัยทางธุรกิจเช่นการนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศจำนวนมากนั่นเอง และถึงแม้ว่าเศรษฐกิจในประเทศจะมีการเติบโตอย่างต่อเนื่องและดูเหมือนว่าจะมีแนวโน้มที่จะฟื้นตัวดีขึ้นตามลำดับ แถมยังมีแนวโน้มที่จะดีต่อเนื่องไปต่อในปี 2018 แต่แท้จริงแล้วการเฝ้าระวังในเรื่องของความเสี่ยงทางการลงทุนก็ยังเป็นสิ่งสำคัญที่นักลงทุนทั้งหลายไม่ควรมองข้าม

 

ส่วนแนวโน้มของค่าเงินบาทที่มีความน่าสนใจในปี 2018 นั้น ถึงแม้ว่าหากจะดูตามลักษณะของแนวโน้มแล้วน่าจะมีแนวโน้มที่สูงขึ้น เนื่องจากค่าเงินในกลุ่มเดียวกันอย่างค่าเงินดอลลาร์ไต้หวัน ดอนล่าร์สิงคโปร์ เงินวอนจากเกาหลี แต่หากมองตามภาพรวมความเป็นจริงของปี 2018 แล้ว ในปีหน้ามีการคาดการณ์ว่าค่าเงินของสหรัฐและแข็งค่าขึ้นและส่งผลให้ค่าเงินบาทนั้นอ่อนลงอย่างแน่นอน ซึ่งการอ่อนลงของค่าเงินนี้เองจะส่งผลให้นักลงทุนทั้งหลายต้องเฝ้าระวังในเรื่องของดอกเบี้ยไทย-สหรัฐแคบลงจนส่งผลให้เงินไหลออก จนทำให้อัตราของดอกเบี้ยต่ำลงจนกลายเป็นชนวนของการเกิดภาวะวิกฤติทางการเงินได้

 

อีกส่วนหนึ่งที่อาจทำให้เกิดผลกระทบกับภาคเศรษฐกิจของประเทศ ก็คือการที่นักลงทุนทั้งหลายต้องจับตาอัตราดอกเบี้ยของสหรัฐว่าจะมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นหรือไม่ เพราะหากสหรัฐขึ้นดอกเบี้ย  ก็แน่นอนว่าค่าเงินบาทในประเทศไทยก็จะมีโอกาสปรับตัวขึ้น และอัตราดอกเบี้ยก็อาจปรับตัวสูงขึ้นด้วยเช่นกัน

 

โดยสรุปแล้วค่าเงินบาทในปี 2018 นั้นถึงแม้ว่าจะมีแนวโน้มที่ดูเหมือนจะเพิ่มขึ้น แต่จริง ๆ แล้วกลับเป็นสัญญาณที่ชี้ให้เห็นถึงการอ่อนกำลังลงของค่าเงินบาทอย่างแน่นอน แถมยังเป็นปีที่นักลงทุนทั้งหลายควรเฝ้าระวังในเรื่องของความเสี่ยงจากการลงทุน และควรวิเคราะห์แนวโน้มการลงทุนให้ดีก่อนการลงทุนเพื่อป้องกันการขาดทุน และความเสี่ยงจากการลงทุนในภายหลังนั่นเอง